ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทักทายน้องโอ้ตอนอายุ 1 เดือนนะคะ ตอนนี้น้องโอ้ครบ 2 เดือนแล้วค่ะ

เวลาช่างผ่านไปไวจริงๆ ช่วงเวลาเหนื่อยสุดๆตอนเดือนแรกผ่านไปแล้ว พอเข้าเดือนที่สอง กว่าจะเข้าที่เข้าทางกัน ก็เพิ่งจะช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เองค่ะ หรือร่างกายแม่ปรับสภาพได้แล้วก็ไม่รู้กับการนอนน้อย และต้องเล่นกะลูกตอนกลางวัน

เมื่อวานไปฉีดวัคซีนมา ร้องน้อยกว่าตอนหิวนมอีก เก่งจริงๆ โชคดีที่ไม่มีไข้ แต่ก็โยเยตอนหัวค่ำ เล่นทำเอาแม่กับคุณยายเหนื่อยไปเลย เพราะไม่ยอมนอน

ตอนนี้น้องโอ้นอนได้นานขึ้น คงเพราะอิ่มท้องมากขึ้น (รึเปล่า? ก็ไม่รู้) จากเดือนแรกที่น้ำนมแม่น้อยมากๆ จนต้องให้นมผสมกันแบบที่เรียกว่าทุกมื้อ ตอนนี้น้องโอ้ทานนมแม่ล้วนๆมาได้ 1 สัปดาห์แล้ว (แอบภูมิใจตัวเองเล็กๆ) แต่พอให้นมแม่อย่างเดียวเหมือนลูกผอมลงน่ะค่ะ จากขาที่เคยเป็นมัดๆ เริ่มเพรียวลง แต่คุยกับคุณหมอแล้ว คุณหมอไม่ได้ว่าอะไร หรือบอกว่าต้องให้นมเสริม ก็เลยให้กินแต่นมแม่นี่แหละ หวังไว้ว่าคงจะมีนมแม่ให้น้องโอ้กินอีกซักพัก

อาการเรอของน้องโอ้ดีขึ้นมากหลังจากกินแต่นมแม่อย่างเดียว ไม่ต้องจับเรอกันเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ก็มีบ้างที่กินนมแม่เสร็จ แล้วเรอไม่ออก ก็ร้องแว๊กๆเหมือนกัน

ช่วงกลางวัน พออิ่มนมแล้ว ยังไม่ง่วง ตอนนี้เริ่มเล่นบ้างแล้ว แต่ต้องให้มีคนอยู่ด้วย คอยพูด คอยเล่นอยู่ข้างๆ บางทีอารมณ์ดี คุยจนน้ำลายแตกฟองเลยค่ะ ฟังแล้วก็ขำไปตามๆกัน

มีรูปมาฝาก ถ่ายเมื่อวานนี้ ครบ 2 เดือนพอดีค่ะ

หลังอิ่มนม ยังอารมณ์ดีอยู่ เลยจับถ่ายรูปซะหน่อย

เหนื่อยแล้ว ขอนอนก่อนนะครับ 

1 เดือนแล้วครับ

posted on 29 Sep 2009 10:32 by ohrami  in Family

วันนี้น้องโอ้ครบเดือนแล้วครับ

โอ้ตื่นมาต้อนรับวันครบเดือนตัวเองด้วยอาการนอนฮึดฮัดๆตั้งแต่ตี 3 ด้วยอาการลมในท้องเยอะเกิน แม่นอนฟังอยู่ซักพัก จนแม่ทนไม่ได้ เลยต้องลุกขึ้นมาจับนั่งเรอกันต่อ ลูกแม่ก็ยังสามารถเรอได้อีกอ่ะ ทั้งๆที่แม่ก็จับนั่งเรอเกือบชั่วโมง หลังจากกินนมไปแล้ว เด็กอะไร ทำไมลมในท้องเยอะจัง กว่าจะหลับกันอีกทีตอน 6 โมงเช้า แม่แทบสลบเหมือด แม่เลยนอนไปด้วยแป๊บนึง

หลังจากร้องไห้ กินนมแล้ว ตอนนี้สงบแล้ว แม่เลยมีเวลามาอัพเดตนิดนึง

เมื่อวานโอ้ร้องไห้ เริ่มมีน้ำตาซึมๆออกมาจากตาข้างขวาด้วย ไม่อยากเห็นน้ำตาเลย เห็นแล้วยิ่งใจแป้วๆยังไงไม่รู้ โดยเฉพาะเวลาลูกร้อง แล้วไม่รู้ว่าเค้าต้องการอะไร

แม้ว่าตอนนี้เริ่มพอจะจับทิศทางได้บ้างแล้วว่าโอ้จะหิวเมื่อไหร่ นอนนานขนาดไหน แต่ยังไม่มีอะไรเป๊ะๆ คงต้องศึกษากันไปเรื่อยๆ แต่ที่แม่ขยาดสุดคือการจับเรอ ทำไมโอ้สามารถเรอได้ไม่มีที่สิ้นสุด แล้วจะไม่สบายท้องอย่างมาก มหาหิงค์ก็ทา Gripe Water ก็ให้กินพร้อมนมขวด (แบบว่านมแม่แทบไม่มีค่ะ)

เอารูปเด็กครบเดือนมาอวดค่ะ

ของขวัญจากน้าปอน กับอาโอ้ ปลาตะเพียนทองครับ แขวนอยู่เหนือเตียงของน้องโอ้แล้ว

 

ของขวัญจากเฮีย ก. หมอนใบนี้ท่าทางน้องโอ้จะชอบ เอามาให้ทดลองนอน นอนนิ่งซะ แต่แม่ยังไม่ได้หาปลอกมาใส่เลย กลัวเป็นหมอนเน่าไปซะก่อน ตอนนี้เลยยังเก็บอยู่จ้ะ

3 Generations คุณยาย คุณแม่ และน้องโอ้ หน้าแม่โทรมมาก แบบว่าไม่ได้ดูแลตัวเองเลยค่ะ

 

 

ด.ช. นภนต์ มาแล้วครับ

posted on 20 Sep 2009 09:06 by ohrami  in Family

ผมชื่อเล่นชื่อ "โอ้" ครับ วันนี้ผมอายุ 23 วันแล้วครับ

แรกเกิดผมหนัก 3,080 กรัม ตัวยาว 50 ซม. ครับ

ตอนนี้ผมทำคุณแม่ยุ่งมากครับ คุณแม่เหนื่อยสุดๆไปเลยครับ 

คุณแม่ขี้เห่อ ขอเอารูปผมมาอวดครับ

ถ้าผมหลับ แล้วคุณแม่ไม่เหนื่อย ผมจะให้คุณแม่เอารูปผมมาอวดใหม่นะครับ

สบายดีกันรึเปล่าจ๊ะ

posted on 22 Jun 2009 13:06 by ohrami

สบายกันดีทุกคนนะคะ

อ้อมหายหน้าไปนานแสนนาน แต่ไม่ได้หายไปไหนไกลนะคะ มีเรื่องอัพเดต มีรูปเจ้าตัวเล็กในพุงมาอวดค่ะ

ตอนนี้นอนอ้วนพุงกลมอยู่บ้าน ไม่ค่อยได้ไปไหนเท่าไหร่ค่ะ

สัปดาห์ที่แล้วไปอัลตราซาวน์ 4 มิติมาค่ะ กว่าจะได้เห็นหน้ากัน เล่นเอาเหนื่อยไปเลย เพราะไม่ยอมโชว์หน้ากันง่ายๆเลย อยู่โรงพยาบาลไป 7 ชั่วโมง เดินเข้า-ออก ห้องอัลตราซาวน์อยู่ 4 รอบแน่ะค่ะ

ตอนนี้เค้าเอาหน้าแนบกับรกอยู่ค่ะ

รูปนี้ เอามือหนุนหัวอยู่น่ะค่ะ

แถมด้วยรูปพุงอ้อมเอง เขินนะเนี่ย แต่อยากอวดค่ะ

เที่ยวแบบสบายๆ ใน 1 วัน ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยค่ะ

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายสำหรับจังหวัดเลยแล้วหละค่ะ หลังจากดองมานานมากๆ

เริ่มต้นตอนสายๆ หลังเพิ่มพลังอาหารเช้ากันแล้ว เราขับรถไปที่วัดพระธาตุศรีสองรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองด่านซ้ายกันค่ะ

พระธาตุนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2103 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2106 ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นสักขีพยานแสดงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างกัน กับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์)

ข้อห้ามในการเข้าสักการะพระธาตุศรีสองรัก

1. ห้ามสวมใส่สีแดง (เพราะสีแดงถือว่าเป็นสีของเลือด และสงคราม)

2. ห้ามกางร่ม

3. ห้ามนำอาหารหรือขนมขึ้นไปรับประทาน

4. ห้ามสวมใส่รองเท้าขึ้นบนพระธาตุ

5. ห้ามผู้หญิงเข้าไปในบริเวณเขตพระธาตุ (ขึ้นไปสักการะ และอยู่รอบๆได้ค่ะ แต่ห้ามเดินเข้าไปหลังกำแพงที่สร้างรอบๆพระธาตุ)

อันดับแรก เราต้องถอดรองเท้ากันตั้งแต่เชิงบันไดเลยค่ะ เดินขึ้นไปไม่ร้อนค่ะ เพราะเค้ามีแผ่นยางปูพื้นไว้ให้ (แต่ไม่แน่ใจนะคะว่า ถ้าไปตอนกลางวัน แดดเปรี้ยงๆเลย จะร้อนรึเปล่า)

 

 

พระธาตุศรีสองรักนี้มีรูปทรงสัณฐานคล้ายพระธาตุพนมค่ะ

ต้นเหลืองๆที่เห็นที่ฐานพระธาตุ เรียกว่าต้นผึ้งค่ะ รูปทรงคล้ายปิรามิด ตัวโครงทำจากกาบกล้วย ส่วนสีเหลืองๆ ทำจากเทียน ทำเป็นแผ่นบางๆแล้วก็เข้ารูปให้เป็นดอก ชาวบ้านเอามาถวายเพื่อสักการะบูชาพระธาตุ หรือแก้บนค่ะ

จากนั้นเราขับรถไป วัดเนรมิตวิปัสสนา ระยะทางไม่ไกลจากจากพระธาตุศรีสองรักค่ะ

สวยงาม อลังการตั้งแต่ทางเข้าเลยค่ะ มีน้ำตกจำลองอยู่ตรงทางเข้าเลย (จากรูปดูไม่อลังการเท่าไหร่เนอะ แต่ก็มีคนจอดรถถ่ายรูปเยอะเชียวค่ะ)

ขึ้นมาถึงตรงมณฑป และอุโบสถ ที่สร้างจากศิลาแลง ก็ยิ่งสวยงามอลังการเข้าไปอีกค่ะ สวนก็จัดอย่างสวยงาม

ข้างในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโท ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดนี้ และท่านได้มรณภาพแล้ว


 

ผนังรอบๆอุโบสถก็ยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังด้วยค่ะ

 


 

เดินเล่นรอบๆอีกสักพัก เราก็อำลาวัดนี้ ไปวัดโพนชัยกันต่อค่ะ

วัดโพนชัย ถือเป็นวัดคู่เมืองของด่านซ้าย เช่นเดียวกับพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยเดียวกันค่ะ วัดนี้จึงมีพระธาตุจำลองด้วย

วัดนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นผีตาโขนค่ะ เป็นเรือนไม้หลังเล็กๆที่สร้างโดยพระและชาวบ้านด่านซ้าย ตั้งอยู่ข้างๆอุโบสถนี่แหละค่ะ

เข้าไปข้างใน เจ้าหน้าที่ก็รีบเดินไปเปิด DVD ประวัติประเพณีผีตาโขนให้ดู และโดยรอบจะมีผีตาโขนแสดงอยู่ ได้โอกาสเลยขออนุญาตเจ้าหน้าที่ เอาหัวผีตาโขนมาใส่ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะเลย

มีวิธีการทำหัวผีตาโขนด้วยค่ะ ภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ ใช้หวดนึ่งข้าวเหนียว กับกาบทางมะพร้าว

ส่วนนี้มาทำเป็นเขาค่ะ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร

รูปสุดท้ายตรงทางขึ้นไปบนอุโบสถวัดโพนชัย และพิพิธภัณฑ์ค่ะ

จบแล้วค่ะ เที่ยวด่านซ้ายแบบสบายๆ จากนั้นเราก็กลับไปนอนตีพุงกันที่รีสอร์ทต่อ

ป.ล. เทศกาลผีตาโขน ปีนี้จัดวันที่  26-27 มิถุนายน 2552 นี้นะคะ