ไหว้พระ 9 พระอารามหลวง (+ 2 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์)
posted on 18 Feb 2008 09:43 by ohrami
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาฤกษ์งามยามดี นัดกะเพื่อนไปไหว้พระในกรุงเทพฯกันค่ะ เพื่อนอยากไหว้พระ 9 วัดค่ะ พี่ไฮ่ใจดีช่วยหาข้อมูลให้ แต่ไม่ยอมไปด้วย
เราถึงวัดแรกคือ วัดสระเกศ และภูเขาทอง จอดรถเอาไวข้างถนน ตรงข้ามวัด เห็นคนจอดกันเยอะ ก็จอดเลย แต่อย่าลืมดูป้ายกันนิดนะคะ ว่าวันนั้นต้องจอดฝั่งไหน แล้วก็เหลือบไปเห็นป้าย ค่าจอดรถ แต่ไม่รู้จะไปจ่ายที่ไหนอ่ะ ไม่เห็นคุณตำรวจด้วย ก็เลย เลยตามเลยค่ะ (วันที่ไป วันอาทิตย์ค่ะ) สองสาวถกเถียงกันเล็กน้อย ว่าวัดนี้ควรจะเป็นวัดสุดท้าย หรือวัดแรกกันแน่ เพราะเห็นใครๆ (จากที่อ่านจากเว็ป) ส่วนมาก เค้ามาวัดนี้เป็นวัดสุดท้าย แต่เราไม่เหมือนใครค่ะ มาเป็นวัดแรกเลย เดินขึ้นภูเขาทองกันแต่เช้าเลยค่ะ ดีค่ะ แดดยังไม่ร้อนเท่าไหร่ เดินขึ้นอย่างว่องไว ไม่อยากบอกว่าเป็นครั้งแรกเลยนะคะที่มาวัดสระเกศ และเดินขึ้นภูเขาทอง
จากนั้นเราเรียกตุ๊กๆไป วัดบวรฯ กันต่อค่ะ วันนั้นมีพิธีอุปสมบทหมู่พอดี เลยอยู่แป๊บเดียว กราบพระ ขอพรเสร็จ ก็เดินออกค่ะ เราเดินทะลุบางลำพูยามเช้า ไม่ยังไม่ค่อยมีอะไรขาย ไปที่ วัดชนะสงคราม วันนี้คงจะเป็นวันดีจริงๆ ที่วัดมีพิธีอุปสมบทเช่นกันค่ะ คนเยอะค่ะ ไหว้เสร็จ ก็รีบออกอีก เรียก taxi ไปที่ ศาลหลักเมือง (ไม่ได้เรียกตุ๊กๆอ่ะค่ะ ขี้เกียจต่อรอง ราคาคงไม่หนีกันอยู่แล้ว) ทำการสักการะพระหลักเมือง เทพารักษ์ทั้ง 5 องค์ และบูชาพระประจำวันเกิดที่ศาลาพระประจำวันเกิด และที่ศาลานี้ มีการเสี่ยงทายโดยการยกพระด้วยค่ะ ถ้าสำเร็จขอให้ยกขึ้น อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ เค้ามีวิธีเสี่ยงทายแปะอยู่ข้างผนัง เราแอบดูคนอื่นเสี่ยงทายอย่างเดียวค่ะ ไม่ได้ลองเอง ดูอยู่แป๊บนึง ก็เดินไป วัดพระแก้ว กันต่อ ชาวต่างชาติยังมากมายเช่นเดิม เสียงไกด์ชาวจีนยังดังล้งเล้งอยู่เหมือนเดิม คนไทยจะสังเกตง่าย เพราะแต่งชุดดำกันเป็นส่วนใหญ่ จุดธูป เทียน ไหว้พระด้านนอกเสร็จ ก็เดินเข้าไปกราบพระ และนั่งพักเหนื่อยสักครู่ ออกมาเดินวนรอบพระอุโบสถหนึ่งรอบ ชื่นชมความงานของวัด แล้วก็เดินมาหาอะไรทานกลางวัน
จากนั้นก็มาข้ามเรือที่ท่าช้าง เพื่อข้ามมาที่ วัดระฆังฯ เข้าไปไหว้พระ ไหว้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นั่งสวดพระคาถาชินบัญชรหนึ่งจบ ออกมาปล่อยหอยขม กับปลาหมอ จริงๆอยากปล่อยปลาอย่างอื่นด้วยนะคะ แต่ตามความเชื่อเค้าว่ากันว่า เมื่อปล่อยปลาชนิดใดแล้ว ก็ห้ามทานปลาชนิดนั้น ก็เลยไม่กล้าปล่อยปลาอย่างอื่นอ่ะค่ะ กลัวอดทาน (ตะกละไปหรือเปล่าเนี่ย แต่ยังมีปลาอีก 2-3 ชนิดที่มั่นใจว่าไม่ทานแน่ๆ ไว้คราวหน้าจะมาปล่อยหละ) ตอนปล่อยหอยขมก็ปกติดีค่ะ ค่อยๆเทหอยจากถัง แต่พอจะปล่อยปลาหมอนี่สิ คลื่นมากระทบฝั่งพอดี กางเกงเปียกไปครึ่งขาเลย น้ำกระเซ็นเข้าตา เข้าปากอีกต่างหาก แล้วก็ยังกลัวปลากระโดดออกจากถังอีก เก้ๆกังๆมากๆค่ะ
เสร็จแล้วก็เดินออกจากวัดมาขึ้นรถเมล์สาย 57 ไป วัดอรุณฯ กันต่อ ไม่รู้หรอกค่ะว่าต้องลงตรงไหน เลยขอให้คุณกระเป๋ารถช่วยบอกให้ ลงรถเมล์แล้วยังงงอีกว่าต้องเดินไปเข้าทางไหน ถามคนแถวนั้นอีกหน่อย ก็วัดไม่ได้อยู่ริมถนนนี่นา เดินเข้าซอยปรกวัดอรุณฯเข้าไป ถึงจะเจอค่ะ ถ้าข้ามเรือมาคงจะง่ายกว่านี้ แล้วก็เดินมาขึ้นรถ taxi เพื่อจะไป วัดกัลยาฯ ด้วยความไม่รู้ว่า วัดอยู่ใกล้กันเพียงแค่ข้ามสะพานข้ามคลองไปหนึ่งสะพานเท่านั้น จริงๆเรียกตุ๊กๆน่าจะถูกกว่านะ และไม่แน่ใจด้วยว่ารถเมล์สาย 57 จะผ่านรึเปล่าน่ะค่ะ วัดกัลยาฯเป็นอีกวัด ที่ครั้งนี้มาเป็นครั้งแรก เป็นวัดที่มีความเป็นจีนมากค่ะ เทียนที่ไหว้ เป็นเทียนแดงๆ แบบที่คนจีนใช้ไหว้เจ้าด้วยค่ะ และพระพุทธรูปข้างใน องค์โตมากด้วยค่ะ หรือที่คนจีนเรียกว่าหลวงพ่อซำปอกง ไหว้พระเสร็จ ฝนตกพรำๆ นั่งรอฝนตกและพักเหนื่อยไปในตัว
จากนั้นก็ข้ามเรือจากวัดมาที่ปากคลองตลาดค่ะ แล้วเดินมาเรื่อยๆจนถึง วัดโพธิ์ ไหว้พระเสร็จ ก็เดินเข้าไปในพระอุโบสถ เพื่อเดินชมพระนอนองค์โต ตอนเดินอยู่ได้ยินเสียงกริ๊กๆตลอดเวลา เสียงอะไรหนอ พอเดินไปด้านหลังของพระพุทธรูปถึงเห็นว่ามีบาตรอยู่ ไม่รู้ว่ามีอยู่กี่บาตรหละค่ะ เดินไปแลกเหรียญมา ใส่บาตรละเหรียญ เกินมาแค่เหรียญเดียวเท่านั้นเองค่ะ คุณป้าคนที่ตักเหรียญใส่ถ้วยค่อนข้างแม่นนะนี่
ออกมาจากวัดพยายามเรียก taxi ค่ะ แต่ไม่มีรถ taxi คันไหนรับเลย ขับผ่านไปหลายคันมากๆ คาดว่าคงจะรอแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเดียว ใจร้ายชมัด
(เหตุการณ์คล้ายๆกันเคยเกิดขึ้นแล้วค่ะ แถวๆชิดลม taxi ไม่ยอมรับคนไทยอ่ะ) ก็เลยต้องเรียกตุ๊กๆไปที่ วัดสุทัศนฯ์ แทน (ยังดีนะตุ๊กๆยอมไป) ไปถึงที่วัดก็เริ่มจะหมดแรงแล้วอ่ะค่ะ ไหว้พระเสร็จ เดินออกมาข้างนอกเห็นตุ๊กๆคันนึง ติดป้ายว่ารับเหมาไหว้พระ 9 วัดด้วย ไม่รู้เท่าไหร่นะ แต่ถ้าไม่แพงมาก ก็ถือว่าสะดวกดีเหมือนกันเนอะ ว่ามั๊ย
แล้วก็ถึงที่สุดท้ายที่จะต้องไหว้แล้วค่ะ ศาลเจ้าพ่อเสือ นั่นเอง แถวนั้นคนขายของไหว้เต็มไปหมดเลย ร้านไหนๆก็คงจะราคาเท่ากันหละค่ะ ไม่ต้องเลือกร้านก็ได้มั๊งคะ แต่ใครจะเตรียมมาเองจากบ้านก็ได้นะคะ เคยมาครั้งนึงตอนเด็กๆ จำไม่ได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง คราวนี้ก็ฟังเจ้าหน้าที่เค้าอธิบาย ว่าให้ทำอะไรก่อนหลัง แล้วก็ทำตามนั้นแหละค่ะ เริ่มจากวางของไหว้กันก่อน ทั้งส้ม กระดาษเงินกระดาษทอง และของที่เซ่นองค์เจ้าพ่อเสือ จากนั้นค่อยมาจุดธูปเทียนไหว้ เทียนให้ปักข้างละอัน ธูปให้ปักกระถางละ 3 ดอก ในศาลมี 3 กระถาง ปักเสร็จแล้วให้เดินออกมาไหว้ฟ้าดิน ปักธูปอีก 3 ดอกตรงนี้ แล้วเดินกลับไปที่ประตู จะมีกระถางธูปอีกฝั่งละ 2 ข้าง ปักข้างละ 3 ดอก เป็นอันหมด จากนั้นก็ไปลา เก็บส้มไหว้ กลับมากินที่บ้านเพื่อความโชคดี เสร็จแล้วก็มาเผากระดาษเงินกระดาษทอง แล้วก็กลับไปทหน้าี่องค์เจ้าพ่อเสือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของศาลเจ้าฯ เอาเนื้อหมูที่เราถวายถูปากท่าน เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ ทางศาลเจ้าฯประกาศด้วยว่า ใครที่อยากจะขอลูกจากเจ้าพ่อเสือ ทางศาลเจ้าฯจะมีพิธีขอลูกวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ค่ะ คิดอยู่นะนี่ จะไปขอดีมั๊ย แต่ว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ แล้วต้องไปทั้งสองคนมั๊ยนะ สงสัยจัง
และเราก็มาจบกันที่ร้านมนต์นมสด ดีใจที่คนไม่แน่นจนเกินไปนะ นั่งทานขนมปังนึ่งกับสังขยา และนมหนึ่งแก้ว แล้วก็เจอคุณตุ้มเป๊ะด้วย อ้อมน่ะ ไม่ได้มองใครหรอกค่ะ แค่ได้นั่ง แอร์เย็นๆ ตอนนั้นก็ดีใจจะแย่แล้ว ถ้าคุณตุ้มเป๊ะไม่มาทัก คงไม่เห็นแน่ๆเลย (ขอโทษทีนะคะ) ก็แบบว่าเหนื่อยมากๆเลยค่ะ วันนี้สูดควันธูปไปเยอะมาก กลับมาตาแดงเลย แถมถือธูปยังไงก็ไม่รู้ ขี้ธูปเข้าจมูกตัวเองอีก ทรมานจริงๆ
เริ่มต้นประมาณ 9 โมงเช้าค่ะ กว่าจะเสร็จก็เกือบๆบ่าย 4 โมงน่ะค่ะ ถ้าขับรถเอง และรู้ทาง + รถไม่ติด และหาที่จอดรถได้ คงจะเร็วกว่านี้ค่ะ แต่แนะนำว่า อย่าเอารถไปเลยดีกว่านะคะ รถติด หาที่จอดรถไม่ได้ เดี๋ยวจะหงุดหงิดไปซะก่อน ไม่ได้บุญนะคะ
อ้อๆ ไปวันอาทิตย์ รถติดน้อยกว่าวันเสาร์ด้วยนะคะ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
คติในการไปสักการะ (จาก forword mail และแผ่นพับของ ททท. ค่ะ)
1. วัดสระเกศ เพื่อเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล
2. วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อขอให้ชีวิตปราศจากอันตรายทั้งปวง พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต
3. วัดชนะสงคราม เพื่อมีชัยชนะอุปสรรคทั้งปวง
4. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรันตรัย
5. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เพื่อชื่อเสียงโด่งดัง มีคนนิยมชมชื่น
6. วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) เพื่อชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน
7. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เพื่อเดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี
8. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เพื่อให้ร่มเย็นเป็นสุข
9. วัดสุทัศน์เทพวราราม เพื่อมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป
10. ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี
11. ศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อเสริมอำนาจบารมี
ป.ล. ดีใจมากที่ขึ้นภูเขาทองก่อน ไม่ได้เก็บไว้ขึ้นที่สุดท้ายค่ะ ถ้าขึ้นเป็นที่สุดท้ายคงจะขาลาก ขึ้นไม่ไหวแน่ๆเลย
แต่ความอึดสุดยอดกันจริงๆ เลย
จริงตามแผนก็จะต้องไปวัดอรุณ แต่ตุ้ืมเป๊ะไม่อยากนั่งเรือ เพื่อนเลยตามใจอ่ะ
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-18 20:00