เที่ยวแบบสบายๆ ใน 1 วัน ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยค่ะ

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายสำหรับจังหวัดเลยแล้วหละค่ะ หลังจากดองมานานมากๆ

เริ่มต้นตอนสายๆ หลังเพิ่มพลังอาหารเช้ากันแล้ว เราขับรถไปที่วัดพระธาตุศรีสองรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองด่านซ้ายกันค่ะ

พระธาตุนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2103 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2106 ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นสักขีพยานแสดงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างกัน กับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์)

ข้อห้ามในการเข้าสักการะพระธาตุศรีสองรัก

1. ห้ามสวมใส่สีแดง (เพราะสีแดงถือว่าเป็นสีของเลือด และสงคราม)

2. ห้ามกางร่ม

3. ห้ามนำอาหารหรือขนมขึ้นไปรับประทาน

4. ห้ามสวมใส่รองเท้าขึ้นบนพระธาตุ

5. ห้ามผู้หญิงเข้าไปในบริเวณเขตพระธาตุ (ขึ้นไปสักการะ และอยู่รอบๆได้ค่ะ แต่ห้ามเดินเข้าไปหลังกำแพงที่สร้างรอบๆพระธาตุ)

อันดับแรก เราต้องถอดรองเท้ากันตั้งแต่เชิงบันไดเลยค่ะ เดินขึ้นไปไม่ร้อนค่ะ เพราะเค้ามีแผ่นยางปูพื้นไว้ให้ (แต่ไม่แน่ใจนะคะว่า ถ้าไปตอนกลางวัน แดดเปรี้ยงๆเลย จะร้อนรึเปล่า)

 

 

พระธาตุศรีสองรักนี้มีรูปทรงสัณฐานคล้ายพระธาตุพนมค่ะ

ต้นเหลืองๆที่เห็นที่ฐานพระธาตุ เรียกว่าต้นผึ้งค่ะ รูปทรงคล้ายปิรามิด ตัวโครงทำจากกาบกล้วย ส่วนสีเหลืองๆ ทำจากเทียน ทำเป็นแผ่นบางๆแล้วก็เข้ารูปให้เป็นดอก ชาวบ้านเอามาถวายเพื่อสักการะบูชาพระธาตุ หรือแก้บนค่ะ

จากนั้นเราขับรถไป วัดเนรมิตวิปัสสนา ระยะทางไม่ไกลจากจากพระธาตุศรีสองรักค่ะ

สวยงาม อลังการตั้งแต่ทางเข้าเลยค่ะ มีน้ำตกจำลองอยู่ตรงทางเข้าเลย (จากรูปดูไม่อลังการเท่าไหร่เนอะ แต่ก็มีคนจอดรถถ่ายรูปเยอะเชียวค่ะ)

ขึ้นมาถึงตรงมณฑป และอุโบสถ ที่สร้างจากศิลาแลง ก็ยิ่งสวยงามอลังการเข้าไปอีกค่ะ สวนก็จัดอย่างสวยงาม

ข้างในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโท ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดนี้ และท่านได้มรณภาพแล้ว


 

ผนังรอบๆอุโบสถก็ยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังด้วยค่ะ

 


 

เดินเล่นรอบๆอีกสักพัก เราก็อำลาวัดนี้ ไปวัดโพนชัยกันต่อค่ะ

วัดโพนชัย ถือเป็นวัดคู่เมืองของด่านซ้าย เช่นเดียวกับพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยเดียวกันค่ะ วัดนี้จึงมีพระธาตุจำลองด้วย

วัดนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นผีตาโขนค่ะ เป็นเรือนไม้หลังเล็กๆที่สร้างโดยพระและชาวบ้านด่านซ้าย ตั้งอยู่ข้างๆอุโบสถนี่แหละค่ะ

เข้าไปข้างใน เจ้าหน้าที่ก็รีบเดินไปเปิด DVD ประวัติประเพณีผีตาโขนให้ดู และโดยรอบจะมีผีตาโขนแสดงอยู่ ได้โอกาสเลยขออนุญาตเจ้าหน้าที่ เอาหัวผีตาโขนมาใส่ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะเลย

มีวิธีการทำหัวผีตาโขนด้วยค่ะ ภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ ใช้หวดนึ่งข้าวเหนียว กับกาบทางมะพร้าว

ส่วนนี้มาทำเป็นเขาค่ะ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร

รูปสุดท้ายตรงทางขึ้นไปบนอุโบสถวัดโพนชัย และพิพิธภัณฑ์ค่ะ

จบแล้วค่ะ เที่ยวด่านซ้ายแบบสบายๆ จากนั้นเราก็กลับไปนอนตีพุงกันที่รีสอร์ทต่อ

ป.ล. เทศกาลผีตาโขน ปีนี้จัดวันที่  26-27 มิถุนายน 2552 นี้นะคะ

 

Comment

Comment:

Tweet

#11 By (103.10.228.137|103.10.228.137) on 2014-12-23 19:13

ผมคนด่านซ้าย รักบ้านเกิดครับ

#10 By sontaya (103.7.57.18|125.24.187.64) on 2012-11-29 17:28

ขอบคุณค่ะ

#9 By โหลดเพลง (124.157.236.250) on 2009-08-28 03:25

คิดฮอดบ้านที่ด่านซ้ายจัง...

#8 By j (124.121.220.141) on 2009-06-26 13:35

ปอนน่าจะเข้ากทม.ช่วงกลางเดือนพฤษภาแล้วก็อีกทีคงช่วงปลายเดือนครับพี่อ้อม.. ถ้าได้เข้าไปแล้วได้นัดมีทติ้งกันสักหน่อยก็ดีนะครับ คิดถึงพี่อ้อมจัง ลิปมันที่พี่อ้อมอนุเคราะห์ให้มาใช้ดีมากเลยครับconfused smile confused smile

#7 By ปอนปอน on 2009-04-26 12:22

บึงบัว แม้ตอนนี้จะไม่ค่อยมีดอกบัวแล้ว
แต่บรรยากาศสวย น่าถ่ายรูปมากค่ะ
วันที่ไป พอช่วงเย็น ๆ จะมีคนพาครอบครัวไปพักผ่อน
ชมพระอาทิตย์ตกดินกันพอสมควรค่ะ big smile

#6 By on 2009-03-11 11:22

ต้นขี้ผึ้งแปลกดีค่ะ ไม่เคยเห็นที่ไหนเลย ^^
เพิ่งรู้ว่ากรุงศรีสัตนาคนหุต เนี่ย คือลาวนี่เอง
confused smile

#5 By Fein on 2009-03-10 15:30

อยากมีวันหยุดยาว ๆ กับมีเงินพอเที่ยวได้สักอาทิตย์ จะไปเที่ยวอีสานยาว ๆ อีกสักครั้ง

ชอบอุโบสถครับ สวยงามมาก

#4 By เจ้าชายน้อย on 2009-03-10 14:40

เคยไปกราบพระที่นี่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปพิพิธภัณฑ์ ไม่รู้ว่าพลาดไปได้อย่างไรนะนี่ เสียดายจัง

#3 By MayaKniGht on 2009-03-10 12:57

ต้นผึ้งสวยดี
แพนด้าเคยทำด้วย
ปั้นๆขี้ผึ้ง
ร้อนมือมากๆ
ว้าวๆๆๆ ตอนที่ปอนไปปอนไปแค่ 2 วัดเองครับ คือวัดพระธาตุศรีสองรักกับวัดเทพนิมิตรฯ ไม่เคยไปพิพิธภัณฑ์เลย เพราะไปแบบผ่านๆ แล้วก็ไปซื้อต้นไม้ที่ภูเรือแล้วก็กลับบ้าน สงสัยปอนต้องไปอีกสักรอบแล้วมั้ง double wink confused smile

#1 By ปอนปอน on 2009-03-10 10:54