Orm-Trips

Disneyland ดินแดนในฝัน

posted on 03 Dec 2007 17:25 by ohrami  in Orm-Trips

เอนทรี่นี้รูปเยอะอีกแล้วค่ะ ใจเย็นๆ รอโหลดกันหน่อยนะคะ จริงๆอยากลงเยอะกว่านี้ แต่เกรงใจอ่ะค่ะ

ไม่ว่าใครจะว่า Disneyland เป็นที่เที่ยวของเด็กๆ จะมีเสียงของอ้อมออกมาค้านหนึ่งเสียงหละค่ะ ให้แก่จนป่านนี้แล้ว ก็ยังชอบเที่ยวอะไรแบบนี้อยู่ 

แหมๆ ก็ชอบนี่นะ ไม่สนหรอกค่ะ ว่าคนอื่นจะว่ายังไง ก็คนมันชอบนี่นา

ช่วงที่ไปเป็นช่วงวันฮาโลวีนค่ะ ทาง Disney ก็เลยมีการตกแต่งแบบผีๆ ที่เห็นแล้วจะวิ่งเข้าไปหา เพื่อถ่ายรูปด้วย (ปกติกลัวผีอ่ะค่ะ )

เริ่มจากต่อคิวซื้อตั๋วกันเลยนะคะ เค้ามีให้เลือกหลายแบบค่ะ

อ้อมเลือกแบบ 1 day 1 park เพราะมีเวลาแค่วันเดียว สรุปคือเลือก Disneyland ค่ะ อีกตัวเลือกของสวนสนุกคือ California Adventure เป็นสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นหวาดเสียวเยอะกว่าใน Disneyland ค่ะ

แถวไม่ยาวเท่าไหร่ พอรับได้ ยืนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงได้มั๊งคะ ถ้าใครไม่อยากเสียเวลา สามารถซื้อ online ได้นะคะ และตามโรงแรมที่พักแถวๆนั้น ก็มีตั๋วขายเหมือนกันค่ะ

ประตูทางเข้าค่ะ  เพราะว่าจะถึงวันฮาโลวีน เลยมีหัว Donald, Minnie, Goofy เป็นฟักทองด้วยค่ะ หัวอื่นๆก็มีค่ะ

ผ่านเข้าประตูมาแล้ว มีสวนจัดดอกไม้เป็นรูป Mickey ด้วยค่ะ (Mickey ใส่หน้ากากด้วย เห็นป่าวคะ)

ตามเสาไฟ ก็มีการตกแต่งเป็นหัว Mickey เช่นกันค่ะ

แล้วหลายๆคนก็ต่อแถวเพื่อจะถ่ายรูปกับฟักทองอันนี้ค่ะ แถวยาวมาก แต่ไม่ได้ต่อแถวกับเค้าหรอกค่ะ แอบถ่ายด้านข้างเอา

คุณ Walt กับ Mickey มี background เป็นปราสาทเจ้าหญิง

เริ่มเล่นกันที่ Adventureland ค่ะ เป็นธีมประมาณ Indiana Jones นักบุกเบิก นักเดินป่าน่ะค่ะ คิวเล่น Indiana Jones Adventure ยาวมาก เลยไปเอา fastpass ก่อน แล้วมาลงเรือเล่น คอยคิวค่ะ 

fastpass เป็นบัตรที่ทำให้เราไม่ต้องต่อคิวตั้งแต่ปากทางค่ะ แค่เข้าไปต่อด้านในก่อนจะเล่น ซึ่งจะใช้เวลารอน้อยกว่ามากๆค่ะ ในบัตรจะบอกช่วงเวลาที่เราสามารถกลับมาเล่นได้ เครื่องเล่นที่เป็นที่คนแน่นๆ จะมีตู้ fastpass พอได้บัตร เราก็ไปเล่นเครื่องอื่นๆคอยไงคะ จะได้เล่นได้ทั่วๆ

fastpass จะออกให้ช่วงเวลาละ 1 ใบนะคะ เพราะฉะนั้นใครคิดว่าจะเดินไปเก็บ fastpass ให้ครบก่อน แล้วรอเล่นทีเดียว ทำไม่ได้นะคะ 

หลงเข้าไปในหมู่บ้านคนป่าด้วยนะคะ

จากนั้นก็ไปต่อกันที่ Frontierland ค่ะ ธีมนี้ประมาณเป็นยุคขุดทอง สร้างทางรถไฟน่ะค่ะ 

หลังจากเล่นรถไฟเหาะ ขุดทองกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกมาที่สวนหน้า Frontierland มีการจัดโต๊ะงานเลี้ยงแบบผีๆ สีสันฉูดฉาดบาดตามาก

แถวนั้นยังมีบริการ วาดรูปบนใบหน้า หรือตามแขนขา แล้วแต่บรรดาหนูๆจอมซนจะเรียกร้อง รูปที่เด็กๆอยากให้วาดช่วงนั้น มักจะเป็นแบบหน้าผี หรือมีหัวกะโหลกติดอยู่ที่แขน เห็นแล้วน่ารักดีค่ะ

แล้วก็เดินไปเล่น Haunted Mansion โชคดีคิวไม่ยาวเท่าไหร่ แมนชั่นนี้เป็นบ้านของ Jack Skellington จากเรื่อง The Nightmare Before Christmas

 

เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปใน New Orleans Square บ้านเรือน ร้านค้า บรรยากาศตกแต่งแบบ เมืองชายฝั่งด้านใต้ของอเมริกา

ที่สำคัญมีโจรสลัดออกมาร้องเพลงให้ฟังด้วย

เดินจนเมื่อย ก็เลยมานั่งในรังผึ้ง เที่ยวไปกับน้อง Pooh 

ออกมาแล้วเจอร้านขายน้อง Pooh เห็นแล้วอยากได้ไปหมดเลยค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อสักตัว เพราะขี้เกียจถือ เดี๋ยวต้องเล่นต่ออีกยาว

จากนั้นก็ไปที่ Tomorrowland กันต่อค่ะ ทำไมมีรูปเดียวก็ไม่รู้ ไม่ได้ถ่ายอะไรข้างในเลยธีมนี้

ชอบเล่น Space Mountain ที่ธีมนี้มากค่ะ เป็นรถไฟเหาะธรรมดานี่แหละค่ะ แต่เข้าไปข้างในมันมืดหมดเลย มองไม่เห็นทาง เห็นแต่ไฟดวงเล็กๆ ที่แต่งเป็นดาว เพราะฉะนั้นจะตื่นเต้นตลอดเวลา ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

แล้วก็ไป Mickey's Toontown ค่ะ ตรงนี้หละค่ะ้ถ่ายรูปเยอะมากเลย ก็เหมือนเข้าไปอยู่ในเมืองการ์ตูนเลยน่ะสิคะ

มีตั้งแต่ City Hall หรือศาลากลางจังหวัด

 

โรงยิมของ Goofy ค่ะ

ตู้ไปรษณีย์ของเมือง Toontown

เมื่อยรึยังคะ นั่งรถไปด้วยกันมั๊ย

แอบอยู่หลังบ้าน Chip & Dale ขโมยกิน walnut

ทำเนียน เข้าไปนั่งในห้องนอน Minnie ค่ะ

แล้วก็แวะบ้าน Mickey สวมรอยนั่งที่โต๊ะทำงาน Mickey ด้วยนะเออ

เดินเพลินจริงๆค่ะใน Toontown ออกมาก็เกือบจะมืดซะแล้ว ต่อแถวนั่งเรือรอบโลกกับ it's a small world ดูตุ๊กตาแต่งตัวประจำชาติของประเทศต่างๆ

จากนั้นก็รีบไปต่อแถวลงเรือดำน้ำกับ Finding Nemo Submarine Voyage ขอบอกว่าเป็นการรอคิวนานที่สุดของวันนี้เลยค่ะ ประมาณ 50 นาทีค่ะ เลยอดดูขบวนพาเหรดเลย

ออกมาฟ้าก็มืดซะแล้ว ปิดท้ายด้วยรูปตอนกลางคืน ด้วยมืออันสั่นไหว เพราะหิว และหมดแรงแล้วค่ะ เล่นทั้งวัน 

สรุปลืมเดินเข้า Fantasyland ดินแดนเจ้าหญิงเลย มัวแต่ห่วงเล่น จ๋อยเล็กน้อย แต่ก็ได้เล่นเครื่องเล่นที่อยากเล่นจนครบค่ะ คงเป็นเพราะไปวันธรรมดา คนเลยน้อย และเด็กๆเปิดเทอมกันแล้วด้วย แต่ก็เห็นเด็กๆเยอะเหมือนกัน สงสัยพ่อแม่คงให้โดดเรียน เพื่อมาเที่ยว Disneyland

ขอจบทริปเที่ยว Las Vegas กับ California ตรงนี้ดีกว่าค่ะ หวังว่าคงจะสนุกกันนะคะ

Hollywood Blvd.

posted on 27 Nov 2007 09:20 by ohrami  in Orm-Trips

ออกจาก Santa Barbara ก็มุ่งหน้ามา Los Angeles ค่ะ จะพลาดไปได้อย่างไรกับ Hollywood Blvd. ถนนของนักแสดงทั้งหลาย และถนนสายที่นักท่องเทียวที่มาเที่ยว LA คงจะไม่พลาดกัน

ที่จอดรถหาไม่ยากอย่างที่คิด จอดที่ Hollywood at Highland ใกล้ๆแถวที่ท่องเที่ยวนั่นแหละค่ะ เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีที่จอดรถกว้างขวาง ซื้อของสักหน่อย หรือน้ำสักขวดก็ปั๊มบัตรที่จอดรถได้แล้วค่ะ เสียเงินไม่แพงนัก แต่จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหรอ่ะค่ะ่

ลานตรงกลางของ Hollywood at Highland มีรูปปั้นช้างอยู่

เริ่มเดินตรงนี้กันเลยค่ะ ตามทางที่จะก้าวไปสู่ดวงดาวแห่งโลกมายา

ตึกข้างๆกัน ที่ๆทุกคนจะต้องมาเยี่ยมเยียน ก็คือ Kodak Theatre ที่เป็นสถานที่ประกาศ Acadamy Award หรือ รางวัลออสการ์ ภายในตัวอาคารก็เป็น shopping mall นี่แหละค่ะ

ใครอยากช้อป เงินไม่พอ นี่เลยค่ะ ตู้ ATM ชอบมากๆ จนต้องถ่ายรูปด้วยเป็นที่ระลึก

ร้านค้าแถวนั้นก็ยังมีตุ๊กตาทองให้ใครๆก็สามารถซื้อติดมือกลับไปเป็นของฝากได้ด้วยค่ะ รางวัลมีทั้ง Best Mom, Best Dad, Best Doctor และอีกหลายๆ Best ค่ะ ในราคา $9.99 + tax

ตามทางเดินบนฟุตบาท ก็จะมีดาวๆ อย่างนี้เรียงกันไปเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่า Walk of Fame สำหรับระลึกถึง นักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียง ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ดูจากรูปกลมๆตรงกลางจะรู้ได้ว่า เขาหรือเธอคนนั้น มีชื่อเสียงทางด้านใด

เดินไปอีกนิดก็จะเจอ Mann's Chinese Theatre ที่เปิดให้คนภายนอกเข้าชมได้เป็นรอบๆ และเสียเงิน เลยไม่ได้เข้าค่ะ แหะๆ

ตรงลานข้างหน้า Mann's Chinese Theatre มีรอยฝ่ามือ และฝ่าเท้า ของนักแสดงชื่อดังมากมากมายนะคะ ขอเทียบเท้ากะ Donald Duck หน่อยค่ะ

ส่วนนี่ดารานำของ Harry Potter ก็มาฝากรอยเอาไว้ด้วยหมือนกันค่ะ

และนี่ ในที่สุดก็เจอ Matt Damon มือ Matt ใหญ่จัง

หลังจาก เดินหมุนไปหมุนมา ง่วนหารอยมือ และรอยเท้าของดาราที่ชื่นชอบเจอแล้ว ก็ได้เวลาไปทานข้าวสักที นั่นแหละค่ะเป้าหมายเป้าหมายหลักของการเข้า LA

ไปกันที่ร้านไทยใน Thai Town ด้วยความที่อยากทานอาหารไทยมากๆ จำได้ว่าคราวที่แล้วที่มานั้น อาหารไทยมันช่างอร่อยเสียเหลือเกิน รสชาดเหมือนเมืองไทยเลย (บางอย่างอร่อยกว่าอีก ไม่ได้โม้นะคะ)

ร้านไทยใน Thai Town ไม่ไ้ด้ทำเอาใจฝรั่งอย่างร้านอาหารไทยทั่วๆไปที่เมืองอื่น แต่ว่าคราวนี้ ทำไมไม่อร่อยเหมือนเดิมก็ไม่รู้ หรือว่าฝีมือทำกับข้าวของตัวเองจะพัฒนา หลังจากอยู่อเมริกามาหลายปี

เข้ามา Thai Town เหมือนอย่างกับอยู่เมืองไทย ป้ายชื่อร้านก็มีภาษาไทย ทั้งร้านอาหาร ร้านหนังสือ ซุปเปอร์มาร์เก็ต มีทั้งนั้น จะเอาอะไรล่ะคะ

อิ่มแล้วก็ขับรถมุ่งหน้าลงไปพักที่เมือง Anaheim กัน เพื่อวันรุ่งขึ้นจะไปเที่ยว Disneyland กันค่ะ

Santa Barbara ท้องฟ้าใจร้าย

posted on 21 Nov 2007 14:25 by ohrami  in Orm-Trips

มาแล้วๆค่ะ มัวแต่ทัวร์ดูหมู่บ้านอยู่ค่ะ อยากได้บ้านใหม่เป็นของตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้มีแต่ที่ไกลๆ ไปเองไม่เป็นง่ะ งง กับถนนกรุงเทพฯมากๆเลยค่ะ แต่ยังไม่มีที่ถูกใจมากๆเลยสักที่ คงจะดูไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนอะไร เพราะตอนนี้ก็มีที่ให้อยู่อยู่แล้ว ไม่บ่นแล้วหละค่ะ มาต่อกันดีกว่า

หลังจากลงเรื่องบอลลูนกันไป คราวนี้กลับมาต่อเรื่องเที่ยว Santa Barbara กันนะคะ

จากเอนทรี่ที่แล้ว Santa Barbara กับวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ ตื่นเช้าขึ้นมา ฟ้าก็ยังใจร้ายอยู่ดี หมอกงี้ ลงจัดมาก มองออกไปไกลๆไม่เห็นเลย ก็เลยตื่นสายหน่อย เผื่อแสงอาทิตย์ จะโผล่ออกมาจากก้อนเมฆบ้าง ไม่มีเลยค่ะ

แต่ไหนๆก็มาแล้ว เดินเล่นอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป ใช่มั๊ยคะ

อ้อมแวะมาอีกท่าเรือหนึ่งค่ะ เรียกว่า Santa Barbara Harbor ค่ะ ตรงนี้มีอะไรให้ดูเยอะกว่า Stearns Wharf นิดหน่อยค่ะ เพราะมีอย่างอื่นให้ดูด้วยนอกจากร้านอาหาร

เริ่มตั้งแต่ Santa Barbara Maritime Museum ค่ะ ไม่ได้เข้าไปหรอกค่ะ เดินดูอยู่แต่ข้างนอก

ก็เลยขอถ่ายภาพกับสมอเรือของกองทัพเรือนิดนึง

จากนั้นก็เดินไปดูเรือดำน้ำแบบ 2 ที่นั่ง ที่เคยใช้งานเกี่ยวกับวิศวกรรมใต้น้ำค่ะ

ถ้าเป็นวันหยุด สุดสัปดาห์ จะมีเรือคายัคให้เช่าพายเล่นด้วยนะคะ

ตรงนี้ยังเป็นที่จอดเรือยอร์ชลำงามๆเต็มไปหมดเลยค่ะ

 

แล้วยังเป็นที่จอดเรือหาปลาด้วยหละค่ะ

แถมด้วยเรือตรวจการชายฝั่ง Blackfin

บรรยากาศรวมๆ กับฟ้าอึมครึมๆ 

ลมแรงมาก ดูได้จากธง ปลิวไสวซะขนาดนั้น แล้วคลื่นก็ซัดเข้าฝั่งสูงเชียว เลยไม่กล้าเดินตรงเขื่อนริมทะเลเลย

จากนั้นก็ไปหาอะไรทานกัน ร้านตกแต่งด้วยกระดานโต้คลื่น น่ารักดีค่ะ รูปอาหารไม่ได้ถ่ายมา เพราะหิวจนลืมถ่ายค่ะ

ทานอาหารเสร็จ ขับรถวนเข้าไปดูเมืองนิดนึง แล้วเราก็เดินทางต่อค่ะ ทริปนี้ยังไม่จบค่ะ คราวหน้าจะพาเที่ยวต่อ แต่จะที่ไหนนั้น รอดูนะคะ  

 

ป.ล. ขอนอกเรื่องค่ะ

เพิ่งไปดูงาน Thailand : 9 Days in the Kingdom มาค่ะ งานนี้ขยายเวลาจนถึงวันที่ 5 ธ.ค. นี้นะคะ

ใครอยู่กรุงเทพฯ แล้วยังไม่ได้ไปดู อย่าลืมแวะไปนะคะ เมืองไทยยังมีอีกหลายมุมที่คุณยังไม่เคยเห็นค่ะ 

งานนี้เข้าชมฟรีค่ะ อยู่ที่ Central World ฝั่ง ZEN จาก Food Loft ขึ้นบันไดเลื่อนไปอีก 1 ชั้นค่ะ

หลังจากเที่ยวลาสเวกัสกันจนเอียน และแวะเวียนไปเที่ยว Zion National Park กันแล้ว จากนี้จะพาไปเที่ยวแคลิฟอร์เนียกันค่ะ ไม่ได้เที่ยวมากมายนัก แต่ยังมีภาพมาฝากกันบ้างค่ะ

จากลาสเวกัส เราขับรถไปเมือง Santa Barbara ที่รัฐแคลิฟอร์เนียค่ะ เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศ อยู่ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกค่ะ ใช้เวลาขับรถประมาณ 6 ชั่วโมงค่ะ

ถนนหนทางตอนแรกๆ ก็แห้งๆ แล้งๆ โล่งๆ อย่างที่เห็นนี่หละค่ะ ช่วงกลางๆถึงปลายๆ เป็นอย่างไร ไม่อาจทราบได้ เพราะหลับ ทิ้งหน้าที่สารถีจำเป็นให้น้องขับ

ตื่นมาอีกที มาเจอป้ายนี้อ่ะค่ะ ชื่อถนนอะไรหว่า อ่านไม่ออก แปลกดี เลยรีบดึงกล้องคู่ใจมาเก็บภาพไว้หน่อย

ไหนๆก็ตื่นแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงจุดหมายปลายทาง วาดฝันไว้ ต้องเห็นท้องฟ้าจรดท้องน้ำ สีฟ้างามๆเป็นแน่แท้ ก็แดดดีขนาดนี้

พอเริ่มขับเข้าเส้นที่วิ่งเลียบชายฝั่ง น้ำตาแทบไหล อากาศโหดร้ายมากๆ ไอ้ที่ฝันไว้น่ะ สลายไปในพริบตา ฟ้าขมุกขมัว ท้องฟ้ากับท้องน้ำ สีเทาหม่นหมอง มองไม่เห็นเส้นขอบฟ้าเลย แถมเหมือนฝนจะตกอีกแน่ะ ทำไมใจร้ายกันแบบนี้นะ

 

ถึงตัวเมือง แดดโผล่มาทักทายเล็กน้อย ตรงชายหาดเห็นเค้าเก็บไม้กางเขนกันเกือบเสร็จแล้วค่ะ  เค้าปักไว้เพื่อไว้อาลัยทหารที่เสียชีวิตในอิรักค่ะ คิดแล้วขนลุก ถ้ามาเร็วกว่านี้ คงจะได้เห็นเกลื่อนชายหาดเป็นแน่ หนึ่งไม้กางเขน คือหนึ่งชีวิตที่สูญเสีย

 

เดินเล่นริมชายหาดค่ะ

 

มีคนเอาของมาขายริมหาดด้วย ส่วนมากเป็นงานทำมือค่ะ

 

มีโลมาน้อยหนึ่งฝูง คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่หน้า Stearns Wharf

 

นี่แหละค่ะ Stearns Wharf 

 

เดินเล่นจนพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าเลย อากาศเย็นทีเดียว

 

ท้องเริ่มหิว วันนี้ตั้งใจว่าต้องทานอาหารทะเลกัน ขอแบบ local หน่อยแล้วกัน ทานที่ Stearns Wharf นั่นแหละค่ะ มีร้านอาหารหลายร้าน ร้านที่เลือก เป็นร้านเล็กๆค่ะ แต่คอยนานเชียว หนาวก็หนาว รอคิวเกือบๆชั่วโมงได้มั๊งคะ

 

ระหว่างรอ เลยออกมาเก็บภาพยามค่ำคืนอีกเล็กน้อย (มือสั่นเชียว ด้วยความหนาว และความหิว)

 

 

และแล้วก็ได้ที่นั่ง อาหารที่สั่งจะพ้นอะไรไปได้ นอกจาก Lobster และ Stone Crab ที่ชาวประมงจับได้แถวน่านน้ำนั้นค่ะ (รูปไม่สวย แต่ไม่ถ่ายใหม่แล้ว หิวนี่นา)

มารอดูกันนะคะว่าวันรุ่งขึ้น อากาศจะดีขึ้นรึเปล่า เจอกัน เอนทรี่หน้าค่ะ 

Zion National Park

posted on 06 Nov 2007 09:44 by ohrami  in Orm-Trips

ไม่เคยได้ยินใช่มั๊ยล่ะคะ Zion National Park อยู่ในรัฐ Utah ค่ะ

ขับรถจากลาสเวกัส มาเที่ยวที่นี่ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆค่ะ ถนนหนทาง ไม่เลวร้ายมากนัก มีขึ้นเขา ลงเขาบ้าง พอให้หายเบื่อค่ะ (พูดได้แหละ เพราะไม่ได้ขับเอง เหอๆ)

 

ระหว่างทาง ท้องฟ้าแจ่มใส ปุยเมฆขาวๆแต้มบนท้องฟ้าสีฟ้า มีรถไฟวิ่งขนาบไปข้างๆด้วย ขบวนยาวมากๆค่ะ

ถนนมีแค่ 2 เลนส์ค่ะ สองข้างทาง ไม่เ็ห็นมีอะไรเลย แห้งๆ แล้งๆ ต้นไม้ใหญ่ไม่มีเลย ก็แถวนี้มันทะเลทรายนี่นา

เกือบถึงแล้วค่ะ รอจ่ายเงินค่าเข้าชม จ่าย 1 ครั้ง (25 เหรียญ) ใช้เข้า-ออกที่อุทยานฯได้ 1 สัปดาห์ค่ะ เห็นป้ายสีรุ้งมั๊ยคะ เป็นป้ายที่บอกไว้ว่า วันนี้โอกาสจะเกิดไฟป่า มากน้อยแค่ไหนค่ะ

วันนี้จะพาเที่ยวแบบคนที่มีเวลาจำกัดมากๆนะคะ นั่นคือ ไม่ได้นั่งรถที่ทางอุทยานฯ จัดไว้ให้น่ะค่ะ เนื่องจากมีเวลาครึ่งวันเอง (แอบเศร้า) ถ้าได้นั่งรถของอุทยาน จะได้เข้าไปชมวิว และสามารถเดิน trail หรือไม่ก็ hiking ได้ด้วยค่ะ แต่ไม่เป็นไร ขับรถผ่านเฉยๆก็ได้

เห็นโค้งๆตรงกลางรูปมั๊ยคะ อาจจะอีกหลายร้อย หลายพันปี ตรงนั้นอาจจะถูกกัดเซาะ และเหลือแต่หินโค้ง แล้วตรงกลางโบ๋ก็เป็นได้ค่ะ

ภูเขาสีแดง ฟ้าสีฟ้า แต้มด้วยดอกไม้ป่าสีเหลือง 

ภูเขาลูกนี้ ขอนำเสนอค่ะ เค้าเจาะภูเขา ทำอุโมงค์ สร้างถนน ในภูเขาค่ะ ยาว 1.1 ไมล์ เพื่อที่จะผ่านไปภูเขาอีกลูกนึง ช่างพยายามดีแท้

ตอนนี้ทางอุทยานฯ จำกัดขนาดของรถที่วิ่งผ่านอุโมงค์นี้ค่ะี้ เพราะเคยเกิดการทรุดตัวของหินทราย อาจเกิดอันตรายได้ ถ้่าให้รถใหญ่ๆวิ่งน่ะค่ะ กันไว้ก่อนดีกว่า

พร้อมยังคะ จะเข้าอุโมงค์แล้วนะ

 

พอออกมา ก็เจอภูเขา ลวดลายแปลกตา

มีอุโมงค์อีกแล้ว อันนี้สั้นค่ะ แป๊บเดียวก็ออกมาแล้ว

ออกมาก็เจอภูเขาสีแดง ลวดลายแปลกตาอีกแล้ว

 

ขับไปได้สักพัก ต้องจอดค่ะ เพราะเห็นใบไม้แดงๆนี่หละ มีอยู่กระจุกเดียวก็จะถ่าย

 

 ดอกไม้อีกแล้ว เห็นมั๊ยคะว่ามันขึ้นบนทรายเลย

เมฆเริ่มใจร้าย เห็นอยู่ไกลๆตรงนั้น แดดยังดีๆอยู่เลย พอไปถึง เมฆก็บังแสงอาทิตย์ซะงั้น แงๆ

 

ขับรถไปตามทาง สงสัยว่าทำไมรถจอดกันอยู่ 3-4 คัน ทั้งๆที่ไม่ใช่จุดชมวิว หันกลับไปดู เฮ้ย...แพะภูเขา รีบบอกน้องที่มาด้วย จอดๆเลยนะ แล้วอ้อมก็รีบวิ่ง (ขึ้นเนินด้วย) เพื่อจะไปเก็บภาพเจ้าตัวนี้นี่แหละ ย้อนแสงซะงั้น แต่ก็สวยดี ใช่ป่ะคะ

และนี่คือจุดหมายปลายทางของวันนี้ค่ะ ภูเขานี้่เค้าเรียกว่า Checkerboard Mesa ดูลายของภูเขาสิคะ เป็นตารางๆน่ะค่ะ เลยได้ชื่อนี้ เมฆก็ใจร้ายอีกแล้ว บังไปซะค่อนเขา

 

น้อยใจเมฆ...เลยหันหลังไปถ่ายอีกฝั่งก็ได้ ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่แดดส่องลงมาถูกใจจริงๆ

 

ถึงเวลาอำลา Zion National Park แล้วค่ะ แวะถ่ายรูปกับป้ายก่อน แล้วเจอท่านผู้นี่ค่ะ ไม่รู้จักเขาหรอก แต่เขาขี่จักรยานมาจากอลาสก้าน่ะค่ะ ทึ่งมาก เลยของเก็บรูปเป็นที่ระลึกซะหน่อย

เริ่มเดินทางกลับ ขับรถวนออกอีกเส้นทางนึงค่ะ ชมวิวสองข้างทาง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี บางต้นก็ร่วงไปแล้ว

ขับจนขึ้นมาถึงบนเขา เมฆฝนเริ่มตามมา แต่แสงอาทิตย์อุตส่าห์แหวกเมฆออกมานิดนึง

 

จอดรถข้างทาง ชมวิวอีกรอบ ก่อนบึ่งรถกลับลาสเวกัสค่ะ ตอนลงไปถ่ายรูป ท้องฟ้าดำปี๋เลย เจอลูกเห็บด้วย เม็ดไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่หนาวค่ะ

ถ้าไม่มีเวลาแบบอ้อม จะมาเที่ยวที่นี่แบบเช้าไป เย็นกลับไปพักที่ลาสเวกัสเหมือนเดิม ทำได้ค่ะ แต่ถ้าจะให้แนะนำ ควรจะไปเที่ยวต่อเลยจะดีกว่า เพราะขับอีกไม่ไกลก็เจอ Grand Canyon แล้วค่ะ

รูปเยอะจริงๆ เอนทรี่นี้ ขออภัยถ้าโหลดนานนะเจ้าคะ