หายหน้าไปนาน

posted on 14 Feb 2008 09:58 by ohrami

ก่อนอื่นเพื่อไม่ให้ตกเทรน Happy Valentine's Day นะคะ ขอให้มีความสุข มีความรักมากมาย แบ่งปันให้คนที่คุณรัก และคนรอบๆตัวคุณค่ะ

กลับมาแล้วค่ะ ขอโทษที หายไปไม่ได้บอกกล่าว

อย่างที่รู้น่ะคะ เดือนที่แล้วมีอะไรต่างๆเข้ามาเยอะแยะ ทำให้เสียศูนย์ไปบ้าง คิดอะไรไม่ค่อยจะออก เลยแทบจะไม่ได้แวะเวียนเข้ามาตรงนี้สักเท่าไหร่ มีเรื่องให้เครียด และให้คิดเยอะจัง แต่คิดไปคิดมา เราเองนั่นแหละที่ทำให้ตัวเองเครียดเอง ตอนนี้พยายามปล่อยวางค่ะ แม้จะมีเรื่องให้ต้องคิดทุกวันก็ตาม แต่ก็จะไม่ท้อหละค่ะ

When you loose money, you loose nothing.

When you loose pride, you loose something.

When you loose courage, you loose everything.

ป.ล. คุณเจ้าชายน้อย และป้าเอียดที่น่ารัก ได้รับโปสการ์ดแล้วนะคะ ว่างๆอ้อมก็หยิบมานั่งดู แล้วก็อมยิ้มค่ะ

เรื่องไม่คาดฝัน

posted on 08 Jan 2008 10:04 by ohrami

เริ่มต้นปีใหม่ปีนี้กันด้วยความเศร้า  

นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดีค่ะี แถมยังมีเรื่องเศร้าเข้ามาอีก สำหรับคนในครอบครัวทางฝั่งพ่อ อาจจะได้หายไปยาวอีกหนึ่งสัปดาห์เลยนะคะ ต้องไปทำหน้าที่หลานที่ดีเป็นครั้งสุดท้ายสักหน่อย 

จะให้เศร้ายังไง ชีวิตเราก็ยังต้องดำเนินต่อไป จริงมั๊ยคะ

แต่เรื่องดีๆก็มีเหมือนกันนะคะ เป็นที่น่ายินดียิ่งนักที่คุณสามีลุกขึ้นมาออกกำลัง แม้ว่าจะเป็นความจำเป็น เพราะต้องวิ่ง 10 กม. ในเดือนหน้า ไม่แน่ใจเลยว่าอีก 4 สัปดาห์ จะเตรียมตัวทันมั๊ยนะ

เห็นคุณแพนด้าตั้งใจวาดรูปโปสการ์ด คุณเจ้าชายน้อยก็ต้องทำการ์ดใหม่ ขอนับถือในความพยายามมากๆเลยค่ะ

เห็นแล้วอายตัวเองจัง จะไม่ส่งเลยก็กระไรอยู่เนอะ เอารูปฝีมือเด็กฝึกถ่ายรูปไปชมแล้วกันนะคะ

ขอบอกว่าเป็นการถ่ายรูปกลางคืนแบบจริงจังเป็นครั้งแรกค่ะ รู้สึกตัวเองเก้งๆก้างๆมาก กว่าจะกาง tripod กว่าจะตั้งกล้องได้ ทำเอาเหงื่อตกไปหลายรอบ ถ่ายมาตั้งเยอะ แต่มีงามๆอยู่จิ๊ดเดียว

เอารูปต้นคริสต์มาส หน้า Central World มาส่งความสุขค่ะ (ไม่ลงทุนจริงจริ๊ง แต่อยากอวด แหะๆ)

ขอส่งความสุขให้เพื่อนๆชาว Exteen ทุกๆคนด้วยนะคะ

ขอให้มีความสุข สมหวังดังที่ปรารถนา สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยกันถ้วนหน้าค่ะ

เอนทรี่นี้มีแต่ตัวหนังสือล้วนๆนะคะ ไม่มีรูปเลย ยาวด้วย ไม่อ่านก็ได้ ไม่ว่ากัน แค่อยากจะบันทึกเอาไว้เป็นความทรงจำค่ะ

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา แม่ขยันไปหน่อย ปีนเก้าอี้ไปเช็ดกระจก แล้วตกลงมา เก้าอี้ก็ไม่สูงเท่าไหร่ ตอนแรกแม่กะจะไม่ไปโรงพยาบาลด้วยนะ เพราะบอกว่าไม่เจ็บ แต่พอมองดูที่ข้อมือ เห็นมันผิดรูปจนน่ากลัว เดาว่ากระดูกหักแหงๆ ก็เลยชวนกันไปโรงพยาบาลใกล้ๆบ้าน เป็นโรงพยาบาลเอกชน บริการรวดเร็วทันใจดีจริงๆค่ะ

ไปที่ห้องฉุกเฉินก่อน จากนั้นก็เข้าห้องเอ็กซ์เรย์ คุณหมออ่านผลแล้วบอกว่า กระดูกตรงข้อมือแม่แตกไปหลายเสี่ยงทีเดียวค่ะ เข้าเฝือกไว้อย่างเดียวคงจะไม่อยู่ เพราะตรงข้อมือมีการเคลื่อนไหวมาก คุณหมอเลยลงความเห็นว่า ต้องผ่าแล้วเอาเหล็กเข้าไปยึด

มองหน้าแม่แล้วสงสารจัง แม่หน้าจ๋อยๆ ไม่รู้จ๋อยกลัวเจ็บ หรือจ๋อยกลัวแพง แต่ก็บอกแม่ไปว่า ยังไงก็ต้องทำ ไม่งั้นมือผิดรูปไปตลอดชีวิต คงจะจ๋อยมากกว่านี้อีก

หลังจากนั้นก็ต้องมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ก่อนที่จะเข้าผ่าตัด (เรียกซะน่ากลัวเลยเนอะ "ผ่าตัด") ต้องวางยาสลบด้วย แถมคุณหมอบอกว่าให้อยู่โรงพยาบาล 1 คืน ตอนแรกก็จะไม่ยอมนอนอีกแน่ะ บอกว่าคงไม่เป็นไรหรอก กลับบ้านก็ได้ คราวนี้คงกลัวแพง แม่บอกว่าอยู่ห้องรวม 4 คนก็ได้ จะได้ไม่ต้องเฝ้า แต่อ้อมไม่ยอมอ่ะ ต่อรองกะแม่ว่าอยู่ห้องรวม 2 คนก็ได้ แต่จะนอนเฝ้า

กว่าจะตรวจร่างกาย รอผล เวลาก็ผ่านไปเกือบๆ 4 ชั่วโมง พยาบาลเข้ามาเช็ดตัว ให้บ้วนปาก ใส่สายน้ำเกลือ แล้วก็ฉีดยาที่สะโพก พอแม่เริ่มง่วง ก็เข็นเข้าห้องผ่าตัด เห็นน้ำตาของแม่ แม่บอกขอบใจนะที่มาอยู่เป็นเพื่อนแม่ ได้ยินเท่านั้น แทบจะร้องไห้ออกมา แต่ก็ทำยิ้มไว้ก่อน กลัวแม่จะใจเสีย แล้วก็บอกแม่ว่า เดี๋ยวเจอกันนะ

แม่เข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว อ้อมว่างประมาณ 3 ชั่วโมง ผ่าตัดคงไม่นาน แต่ต้องรอให้ฟื้นด้วย เลยกลับบ้าน มาเอายาประจำของแม่ เอามาให้คุณหมอดูว่าแม่ทานยาอะไรอยู่แล้วบ้าง แล้วก็ข้าวของเล็กน้อย แถมด้วยกลับไปเก็บบ้านอีกนิด เพราะตอนนั้นทิ้งทุกอย่างเลย แล้วก็หาอะไรทาน กลัวตัวเองจะเป็นลมไปซะก่อน

กลับมาถึงโรงพยาบาลตอนแรก แม่ยังไม่ขึ้นมาจากห้องพักฟื้น เลยลงไปซื้อน้ำ ซื้อขนม เผื่อเฝ้าแม่แล้วตัวเองจะหิว กลับมาอีกที แม่อยู่ในห้องแล้ว พร้อมเฝือก 1 อัน จากมือ ไปเกือบถึงข้อศอก คุณหมอบอกว่า เอาเหล็กยึดไว้ให้ 3 ที่ กระดูกแม่ดึงง่ายเพราะกระดูกบาง แม่เองตอนนั้นยัง งงๆ อยู่เล็กน้อย แต่แม่เข้มแข็งจัง

ก็นั่งเฝ้าไป ชวนแม่คุยไป คอยจับนิ้วแม่ขยับบ้าง หมอบอกให้ขยับบ่อยๆ จะได้ไม่บวม แล้วก็ยกแขนสูงๆ เห็นแม่น้ำตาไหลอีกแล้วอ่ะ แม่บอกว่า แม่ดีใจเหลือเกินที่อ้อมกลับมา อ้อมเลยบอกแม่ไปว่า อ้อมก็ดีใจที่ได้กลับมาดูแลแม่นะ สองแม่ลูกนั่งซึ้งกันไปพักใหญ่

คุณหมออายุรเวทก็เข้ามาดูเรื่องยาที่แม่ทานประจำ แล้วก็เลยสั่งอาหารเย็น ปากแม่ว่า ไม่หิวๆ แต่พออาหารมา แม่ทานหมดเรียบ เห็นแล้วก็ดีใจที่แม่ทานได้ นั่งดูแม่ทานข้าว คอยบริการหยิบนู่นนี่ให้ ไม่ชอบหรอกนะที่แม่ต้องเจ็บ แต่ก็ดีใจที่ได้ทำหน้าที่ของลูกบ้าง

พอแม่เสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง ก็ขอกลับบ้านแป๊บนึง ไปทานข้าว อาบน้ำ แล้วจะได้กลับมานอนด้วย ปกติอ้อมเป็นคนหลับลึกมาก ไม่ว่าเสียงอะไร ไม่ได้ยินทั้งนั้น แต่คืนนั้น ตื่นทุกครั้ง ไม่ว่าพยาบาลจะเข้ามาวัดความดัน และอุณหภูมิตอนตีสอง แต่เห็นแม่หลับสนิทเลยบอกว่ายังไม่วัดได้มั๊ย

แม่ตื่นมาหิวน้ำตอนตีสาม แม่ไม่ได้เรียกสักแอะ แต่แค่ได้ยินเสียงแม่พลิกตัว อ้อมก็ตื่นแล้วอ่ะ ก็กระวีกระวาดลุกขึ้นมาหยิบน้ำให้ แม่พลิกตัวอยู่ 2-3 ครั้ง ก็เลยตื่นทุกครั้งเลย

ตีห้าพยาบาลเข้ามาวัดความดัน แม่ตื่นแล้วก็เลยได้วัด แล้วก็เลยลุกขึ้นไปนั่งขยับมือแม่ นอนไม่หลับแล้วอ่ะ แต่รู้สึกเหนื่อยจัง

วันศุกร์ รอคุณหมอเข้ามาดูอาการ และให้ยา กว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลก็เที่ยงน่ะ แม่กลับมาบ้าน แม่ซ่ามาก จะทำนู่นทำนี่ตลอด จนแทบจะทะเลาะกัน จนมือบวมนั่นแหละ ถึงได้หยุด กลับมาบ้านแล้วอ้อมเหนื่อยกว่าตอนอยู่โรงพยาบาล เพราะต้องทำเองทุกอย่าง ไม่มีพยาบาลแล้ว ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ดีใจ ได้ทำกับข้าว อาบน้ำ ฯลฯ ให้แม่

ดีใจที่ยังมีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณแม่ ดีใจที่ตัดสินใจถูก ที่คิดกลับเมืองไทย ได้ดูแลแม่จริงๆ ไม่ใช่ส่งแต่การ์ดปีใหม่ การ์ดวันเกิดมาอวยพร รู้สึกรักแม่ขึ้นอีกหลายเท่ามากๆเลยค่ะ

ตั้งแต่แม่ป่วยเราเลยได้กอดกัน ได้หอมแก้มกันบ่อยมากๆ อยากจะบอกกับทุกคน ถ้ายังมีโอกาสที่จะทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ ก็รีบๆทำนะคะ จะได้ไม่เสียใจทีหลัง

รักแม่จังเลย

ป.ล. ช่วงนี้อาจจะหายหน้าไปนะคะ ขอเป็นพยาบาลจำเป็นซะหน่อยค่ะ

Disneyland ดินแดนในฝัน

posted on 03 Dec 2007 17:25 by ohrami  in Orm-Trips

เอนทรี่นี้รูปเยอะอีกแล้วค่ะ ใจเย็นๆ รอโหลดกันหน่อยนะคะ จริงๆอยากลงเยอะกว่านี้ แต่เกรงใจอ่ะค่ะ

ไม่ว่าใครจะว่า Disneyland เป็นที่เที่ยวของเด็กๆ จะมีเสียงของอ้อมออกมาค้านหนึ่งเสียงหละค่ะ ให้แก่จนป่านนี้แล้ว ก็ยังชอบเที่ยวอะไรแบบนี้อยู่ 

แหมๆ ก็ชอบนี่นะ ไม่สนหรอกค่ะ ว่าคนอื่นจะว่ายังไง ก็คนมันชอบนี่นา

ช่วงที่ไปเป็นช่วงวันฮาโลวีนค่ะ ทาง Disney ก็เลยมีการตกแต่งแบบผีๆ ที่เห็นแล้วจะวิ่งเข้าไปหา เพื่อถ่ายรูปด้วย (ปกติกลัวผีอ่ะค่ะ )

เริ่มจากต่อคิวซื้อตั๋วกันเลยนะคะ เค้ามีให้เลือกหลายแบบค่ะ

อ้อมเลือกแบบ 1 day 1 park เพราะมีเวลาแค่วันเดียว สรุปคือเลือก Disneyland ค่ะ อีกตัวเลือกของสวนสนุกคือ California Adventure เป็นสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นหวาดเสียวเยอะกว่าใน Disneyland ค่ะ

แถวไม่ยาวเท่าไหร่ พอรับได้ ยืนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงได้มั๊งคะ ถ้าใครไม่อยากเสียเวลา สามารถซื้อ online ได้นะคะ และตามโรงแรมที่พักแถวๆนั้น ก็มีตั๋วขายเหมือนกันค่ะ

ประตูทางเข้าค่ะ  เพราะว่าจะถึงวันฮาโลวีน เลยมีหัว Donald, Minnie, Goofy เป็นฟักทองด้วยค่ะ หัวอื่นๆก็มีค่ะ

ผ่านเข้าประตูมาแล้ว มีสวนจัดดอกไม้เป็นรูป Mickey ด้วยค่ะ (Mickey ใส่หน้ากากด้วย เห็นป่าวคะ)

ตามเสาไฟ ก็มีการตกแต่งเป็นหัว Mickey เช่นกันค่ะ

แล้วหลายๆคนก็ต่อแถวเพื่อจะถ่ายรูปกับฟักทองอันนี้ค่ะ แถวยาวมาก แต่ไม่ได้ต่อแถวกับเค้าหรอกค่ะ แอบถ่ายด้านข้างเอา

คุณ Walt กับ Mickey มี background เป็นปราสาทเจ้าหญิง

เริ่มเล่นกันที่ Adventureland ค่ะ เป็นธีมประมาณ Indiana Jones นักบุกเบิก นักเดินป่าน่ะค่ะ คิวเล่น Indiana Jones Adventure ยาวมาก เลยไปเอา fastpass ก่อน แล้วมาลงเรือเล่น คอยคิวค่ะ 

fastpass เป็นบัตรที่ทำให้เราไม่ต้องต่อคิวตั้งแต่ปากทางค่ะ แค่เข้าไปต่อด้านในก่อนจะเล่น ซึ่งจะใช้เวลารอน้อยกว่ามากๆค่ะ ในบัตรจะบอกช่วงเวลาที่เราสามารถกลับมาเล่นได้ เครื่องเล่นที่เป็นที่คนแน่นๆ จะมีตู้ fastpass พอได้บัตร เราก็ไปเล่นเครื่องอื่นๆคอยไงคะ จะได้เล่นได้ทั่วๆ

fastpass จะออกให้ช่วงเวลาละ 1 ใบนะคะ เพราะฉะนั้นใครคิดว่าจะเดินไปเก็บ fastpass ให้ครบก่อน แล้วรอเล่นทีเดียว ทำไม่ได้นะคะ 

หลงเข้าไปในหมู่บ้านคนป่าด้วยนะคะ

จากนั้นก็ไปต่อกันที่ Frontierland ค่ะ ธีมนี้ประมาณเป็นยุคขุดทอง สร้างทางรถไฟน่ะค่ะ 

หลังจากเล่นรถไฟเหาะ ขุดทองกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกมาที่สวนหน้า Frontierland มีการจัดโต๊ะงานเลี้ยงแบบผีๆ สีสันฉูดฉาดบาดตามาก

แถวนั้นยังมีบริการ วาดรูปบนใบหน้า หรือตามแขนขา แล้วแต่บรรดาหนูๆจอมซนจะเรียกร้อง รูปที่เด็กๆอยากให้วาดช่วงนั้น มักจะเป็นแบบหน้าผี หรือมีหัวกะโหลกติดอยู่ที่แขน เห็นแล้วน่ารักดีค่ะ

แล้วก็เดินไปเล่น Haunted Mansion โชคดีคิวไม่ยาวเท่าไหร่ แมนชั่นนี้เป็นบ้านของ Jack Skellington จากเรื่อง The Nightmare Before Christmas

 

เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปใน New Orleans Square บ้านเรือน ร้านค้า บรรยากาศตกแต่งแบบ เมืองชายฝั่งด้านใต้ของอเมริกา

ที่สำคัญมีโจรสลัดออกมาร้องเพลงให้ฟังด้วย

เดินจนเมื่อย ก็เลยมานั่งในรังผึ้ง เที่ยวไปกับน้อง Pooh 

ออกมาแล้วเจอร้านขายน้อง Pooh เห็นแล้วอยากได้ไปหมดเลยค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อสักตัว เพราะขี้เกียจถือ เดี๋ยวต้องเล่นต่ออีกยาว

จากนั้นก็ไปที่ Tomorrowland กันต่อค่ะ ทำไมมีรูปเดียวก็ไม่รู้ ไม่ได้ถ่ายอะไรข้างในเลยธีมนี้

ชอบเล่น Space Mountain ที่ธีมนี้มากค่ะ เป็นรถไฟเหาะธรรมดานี่แหละค่ะ แต่เข้าไปข้างในมันมืดหมดเลย มองไม่เห็นทาง เห็นแต่ไฟดวงเล็กๆ ที่แต่งเป็นดาว เพราะฉะนั้นจะตื่นเต้นตลอดเวลา ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

แล้วก็ไป Mickey's Toontown ค่ะ ตรงนี้หละค่ะ้ถ่ายรูปเยอะมากเลย ก็เหมือนเข้าไปอยู่ในเมืองการ์ตูนเลยน่ะสิคะ

มีตั้งแต่ City Hall หรือศาลากลางจังหวัด

 

โรงยิมของ Goofy ค่ะ

ตู้ไปรษณีย์ของเมือง Toontown

เมื่อยรึยังคะ นั่งรถไปด้วยกันมั๊ย

แอบอยู่หลังบ้าน Chip & Dale ขโมยกิน walnut

ทำเนียน เข้าไปนั่งในห้องนอน Minnie ค่ะ

แล้วก็แวะบ้าน Mickey สวมรอยนั่งที่โต๊ะทำงาน Mickey ด้วยนะเออ

เดินเพลินจริงๆค่ะใน Toontown ออกมาก็เกือบจะมืดซะแล้ว ต่อแถวนั่งเรือรอบโลกกับ it's a small world ดูตุ๊กตาแต่งตัวประจำชาติของประเทศต่างๆ

จากนั้นก็รีบไปต่อแถวลงเรือดำน้ำกับ Finding Nemo Submarine Voyage ขอบอกว่าเป็นการรอคิวนานที่สุดของวันนี้เลยค่ะ ประมาณ 50 นาทีค่ะ เลยอดดูขบวนพาเหรดเลย

ออกมาฟ้าก็มืดซะแล้ว ปิดท้ายด้วยรูปตอนกลางคืน ด้วยมืออันสั่นไหว เพราะหิว และหมดแรงแล้วค่ะ เล่นทั้งวัน 

สรุปลืมเดินเข้า Fantasyland ดินแดนเจ้าหญิงเลย มัวแต่ห่วงเล่น จ๋อยเล็กน้อย แต่ก็ได้เล่นเครื่องเล่นที่อยากเล่นจนครบค่ะ คงเป็นเพราะไปวันธรรมดา คนเลยน้อย และเด็กๆเปิดเทอมกันแล้วด้วย แต่ก็เห็นเด็กๆเยอะเหมือนกัน สงสัยพ่อแม่คงให้โดดเรียน เพื่อมาเที่ยว Disneyland

ขอจบทริปเที่ยว Las Vegas กับ California ตรงนี้ดีกว่าค่ะ หวังว่าคงจะสนุกกันนะคะ